การไปเที่ยวญี่ปุ่นหลังจากนี้ของผม กับการนำระบบสองราคามาใช้กับค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในญี่ปุ่น…..

ผมได้ติดตามข่าวนี้มาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว เกี่ยวกับการนำระบบสองราคามาใช้กับค่าเข้าชมสถานที่เที่ยวต่างๆสำหรับทั้งพลเมืองญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว ที่ผมยอมรับว่าจะส่งผลกระทบต่อการเที่ยวญี่ปุ่นของผมในทริปถัดๆไปอย่างแน่นอน

อีกทั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์มาที่ผ่านมานี้ ข่าวนี้ก็เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมถึงกับต้องมานั่งค้นหาอ่านกันว่ารายละเอียดมันเป็นอย่างไรกันแน่????

เท่าที่ผมอ่านจากแหล่งข่าวต่างๆและตามที่ผมเข้าใจ ประเด็นก็คือทางการญี่ปุ่นจะเตรียมนำระบบสองราคามาใช้ในการจำหน่ายบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆทั่วญี่ปุ่น ซึ่งสาเหตุที่นำระบบสองราคามาใช้ก็เนื่องมาจากสาเหตุของนักท่องเที่ยวล้นเมืองในญี่ปุ่น โดยเฉพาะตามเมืองต่างๆที่เป็นที่นิยมมากที่ส่งผลกระทบต่อคนท้องถิ่นและคนที่อาศัยอยู่ในแถวนั้น (เช่น เกียวโต) รวมไปถึงการปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

ส่วนระบบสองราคาที่ว่ามานี้ ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพชัดก็คือ ระบบสองราคาแบ่งออกเป็นราคาที่ใช้กับพลเมืองญี่ปุ่น (รวมไปถึงชาวต่างชาติที่ทำงานอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น) และราคาที่ใช้กับชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าอันนี้รวมไปถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างผมด้วย

สาระสำคัญก็คือ ราคาที่ใช้กับพลเมืองญี่ปุ่นจะเป็นราคาที่ถูก ส่วนราคาที่ใช้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นราคาที่แพงกว่า ยกตัวอย่าง พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในโตเกียวเก็บค่าเข้าชมสถานที่ โดยพลเมืองญี่ปุ่นจ่ายในราคา 500 เยน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจ่ายในราคา 1000 เยน (เป็นแค่การสมมุติเฉยๆนะ)

ซึ่งเท่ากับว่าทริปญี่ปุ่นของผมหลังจากนี้ไป ผมจะต้องเตรียมเงินเยนให้มากขึ้นเพื่อสำหรับจ่ายค่าเข้าชมตามสถานที่เที่ยวต่างๆ อันนี้ยังไม่นับถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว (ค่าอาหาร, ค่าที่พักโรงแรม, ค่าโดยสารรถไฟ)

อย่างไรก็ตาม เรื่องการใช้ระบบสองราคาจากที่ผมได้อ่านจากข่าวก็จะเริ่มใช้กับสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งก่อนในปีนี้ (ในส่วนที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้ดูแล) และจะค่อยๆนำมาใช้กับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆให้ครบภายในปี 2031 (อีก 5 ปีหลังจากนี้ นั่นก็แปลว่าใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้ ก็อาจจะยังใช้เป็นราคาเดิมอยู่สำหรับบางสถานที่) แต่ผมก็ไม่รู้ว่าในส่วนที่เป็นสถานที่เที่ยวของเอกชนจะนำระบบสองราคานี้มาใช้ด้วยหรือเปล่า อันนั้นคงต้องติดตามกันอีกทีภายหลัง

มาถึงตรงนี้ จากความเห็นส่วนตัวของผมในเรื่องของการนำระบบสองราคามาใช้นั้น ส่วนตัวผมรู้สึกว่าส่งผลกระทบไม่มากเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลว่าผมเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ได้อาศัยอยู่ถาวรสักหน่อย รวมไปถึงประสบการณ์ส่วนตัวกับการไปเที่ยวสถานที่เดียวกันที่เคยจ่ายค่าเข้าชมในราคาถูกในอดีต แล้วเมื่อกลับไปเที่ยวใหม่ก็ต้องจ่ายค่าเข้าชมในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม (เช่น เมื่อก่อนเคยจ่ายแค่ 500 เยน แต่ตอนนี้ต้องจ่าย 800 เยน อะไรแบบนี้)

แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ ยอมรับกับระบบสองราคานี้ และก็ถือโอกาสนี้ไปเตรียมหาข้อมูลและศึกษาล่วงหน้าด้วยว่าสถานที่เที่ยวนั้นๆ (ที่ใช้ระบบสองราคา) มีอะไรให้เข้าชมบ้าง ใช้เวลานานในการชมเท่าไหร่ มีอะไรที่เป็นจุดไฮไลต์ที่น่าสนใจ แล้วไปช่วงไหนที่คนไม่เยอะ เพื่อจะได้คุ้มกับค่าเข้าชมที่จะต้องจ่ายแพงกว่าพลเมืองญี่ปุ่น

ถึงแม้ว่าทางการญี่ปุ่นจะนำระบบสองราคามาใช้กับค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ผมในฐานะนักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีสิทธิ์เลือกว่าอยากจะไปเที่ยวที่ไหนในญี่ปุ่น อยากจะไปตรงนี้ อยากจะไปตรงโน้น ก็เลือกได้ตามที่สนใจ โดยไม่จำเป็นต้องไปตามคนอื่นหรือไปตามกระแส : )

______________________________________