8 คำพูดต้องห้าม (ที่บางคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าไม่เป็นเรื่องปกติสำหรับบางคน) ที่ไม่ควรพูดกับลูกค้าเวลาขายสินค้า (หรืองานบริการอย่างอื่นๆ) ไม่ว่าลูกค้าจะมีนิสัยอย่างไรก็ตาม ถ้าไม่อยากจะเสียลูกค้าไปจากประสบการณ์ของผม

เคยมีผู้ใหญ่หลายคนที่ค้าขายมานานสอนผมว่า “ไม่ว่าจะเจอลูกค้าแบบไหน นิสัยเป็นอย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดการคือการพูดจาที่สุภาพและไพเราะ” ซึ่งผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะตัวผมเองในฐานะที่ช่วยญาติทำธุรกิจมานาน การพูดจาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าอยากจะกลับมาซื้อสินค้ากับเราอีก ยิ่งถ้าลูกค้าของเราประทับใจในคำพูดของเรามากเท่าไหร่ โอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อสินค้ากับเราก็มีมากขึ้น

11

ซึ่งผมก็เชื่อว่าร้านค้าที่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นริมถนน, ในห้าง หรือแม้แต่ออนไลน์ ก็ต้องอยากมีลูกค้าเยอะๆ : )

19

อย่างไรก็ตาม มีลูกค้าบางส่วนของผมมาเล่าให้ฟังว่ายังมีร้านค้าบางร้านที่คนขายไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่, ลูกของเถ้าแก่รวมไปถึงลูกจ้างบางคนที่มีนิสัยชอบพูดจาไม่ดีกับลูกค้า(พร้อมกับทำหน้าตาบึ้ง)ไม่ว่าด้วยเหตุอะไรก็ตาม  อาจจะเป็นเพราะลูกค้าพูดจาไม่ดีก่อนหรือมีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ

10

จากประสบการณ์ของผมที่เป็นตั้งแต่ผู้ช่วยเถ้าแก่ (ที่ลูกค้าชอบมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการพูดจาที่ไม่ดีจากร้านค้าอื่นๆ) และการที่ผมเป็นลูกค้าเวลาไปซื้อสินค้าของใช้ที่อื่นก็ตาม ผมได้รวบรวมคำพูดต้องห้ามที่ไม่ควรจะพูดกับลูกค้าไม่ว่าลูกค้าคนนั้นจะมีนิสัยอย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะได้ไม่เสียลูกค้าของเราไป

แล้วคำพูดต้องห้ามเหล่านี้มีอะไรบ้างล่ะ???

มาดูกันเลย……. : )

7

1. “จะถามทำไมเรื่องราคา ก็ดูเอาเองสิ อ่านไม่ออกเหรอ??

การพูดแบบนี้ ฟังดูแล้วบางคนก็อาจจะยังงงว่ามีด้วยเหรอแบบนี้ ผมอยากจะบอกว่าก็ยังมีอยู่ ส่วนมากจะเกิดจากการที่ลูกค้าถามว่า”สินค้าชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่?” ทั้งที่มีป้ายราคาติดไว้อยู่แล้ว ก็อาจทำให้คนขายเกิดความไม่พอใจว่าจะถามทำไม ซึ่งการพูดแบบนี้เหมือนกับเป็นการดูถูกว่าลูกค้าอ่านหนังสือไม่ออก

วิธีพูดที่ดีที่สุดก็คือบอกว่า “ราคาก็อยู่ที่ XXX บาท ตามที่ป้ายบอกครับ/ค่ะ”

5

2. “จะไปรู้เหรอ??

คำพูดนี้มักจะเกิดขึ้นเวลาที่ลูกค้าถามรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลของสินค้าชิ้นนั้นๆที่คนขายสินค้าอาจจะไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็น “ไม่ทราบว่าสินค้าตัวนี้ยาว/กว้างเท่าไหร่?”, “ไม่ทราบว่าสินค้าตัวนี้ทำจากอะไร?” หรือ “ไม่ทราบว่าสินค้าตัวนี้จะมาถึงเมื่อไหร่?”(ในกรณีที่เป็นสินค้าต้องสั่ง)

วิธีพูดที่ดีที่สุดก็คือบอกว่า “ผม/ดิฉัน จะเช็คดูให้ครับ/ค่ะว่า………..” หรือในกรณีที่ไม่ทราบจริงๆก็บอกไปว่า “สินค้าตัวนี้ผม/ดิฉันไม่ทราบจริงๆ แต่ว่าจะไปเช็คให้ละกันครับ/ค่ะ”

1

3. “ตกลงจะซื้อหรือไม่ซื้อ??

อันนี้มักจะเกิดขึ้นเวลาลูกค้าถามรายละเอียดของสินค้าแบบเยอะมากๆ จนอาจทำให้คนขายไม่พอใจ ซึ่งการพูดแบบนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่อดทนของคนขาย

วิธีพูดที่ดีที่สุดก็คือ  “คุณลูกค้าคงต้องชอบสินค้าตัวนี้มากแน่ๆเลย ถ้าซื้อไปคงจะถูกใจ”

2

4. “อยากไปซื้อร้านนั้นก็ไปเลย!!

จริงๆก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกค้าบางส่วนก็อยากที่จะถามราคาของสินค้าชิ้นหนึ่งจากหลายๆร้าน เพื่อที่จะซื้อได้ในราคาที่ถูกที่สุด หรือไม่ก็ถามราคาแล้วกลับมาถามอีกซึ่งก็อาจจะทำให้คนขายบางร้านรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่ลูกค้าไปซื้อสินค้าจากร้านที่เป็นคู่แข่งของตน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าทุกอย่าง เพราะสินค้าบางประเภทจากร้านคู่แข่งก็อาจจะขายแพงกว่าก็เป็นได้

วิธีพูดที่ดีที่สุดก็คือ “ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ ร้านเรายังมีสินค้าอื่นๆที่ขายให้ในราคาที่ถูกกว่าที่อื่น อย่าลืมแวะมานะครับ/ค่ะ”

3

5. “ใช้สินค้านี้เป็นด้วยเหรอ??/กินเมนูนี้เป็นด้วยเหรอ??

คนขายบางคนอาจจะบอกได้ว่าอาจเป็นการแซวเล่นกับลูกค้าก็ได้( มันก็จริงอยู่ ถ้าเป็นลูกค้าที่รู้จักและสนิทกันมานาน) ขนาดลูกค้าประจำของผมยังมาแซวผมเองเลย แต่ว่าสำหรับลูกค้าบางคนเขารู้สึกเหมือนกับเป็นการดูถูกว่า “ฉันใช้สินค้านี้ไม่เป็นใช่ไหม ถึงต้องมาพูดแบบนี้” ถ้าเป็นตามร้านอาหารก็เหมือนกับจะบอกลูกค้าว่า”คุณคงไม่เคยกินเมนูนี้สินะ”

วิธีพูดที่ดีที่สุดก็คือ “สินค้าตัวนี้เป็นตัวที่ลูกค้าส่วนมากถูกใจเลยครับ/ค่ะ” หรือ “เมนูนี้เป็นเมนูที่ลูกค้าส่วนมากบอกแล้วว่าอร่อยมากเลยครับ/ค่ะ”

6

6.ถามอะไรเยอะแยะเนี่ย เอาไปหมดเลยดีไหม?

คำพูดแบบนี้อาจเกิดจากการที่ลูกค้าถามสินค้าหลากหลายว่าราคาเท่าไหร่รวมไปถึงรายละเอียดของสินค้าแต่ละตัวด้วย การที่คนขายพูดแบบนี้ก็อาจบอกได้ว่าเหมือนเป็นการประชดก็ว่าได้ เพราะคนขายคนนี้ไม่มีความอดทน และการพูดแบบนี้สำหรับลูกค้าบางคนถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติลูกค้าเป็นอย่างมาก

วิธีพูดที่ดีที่สุดคือ “คุณลูกค้าจะให้ผม/ดิฉันจดเป็นรายการข้อมูลสินค้าที่ลูกค้าถามไหมครับ/ค่ะ เผื่อจะได้ตัดสินใจถูก”

15

7. “ก็บอกแล้วไงว่าลดราคาไม่ได้

มักจะเกิดขึ้นเวลาที่ลูกค้าที่ชอบต่อราคาสินค้าจากป้ายที่ติดไว้ ซึ่งบางร้านอาจจะต่อราคาได้ แต่บางร้านก็ต่อไม่ได้ ซึ่งการพูดแบบนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านนี้ไม่มีความเป็นมิตรเลย  =__=

วิธีพูดที่ดีที่สุดคือ “เนื่องจากว่าราคานี้ที่อยู่ในป้ายเป็นราคาที่ถูกสุดแล้วครับ/ค่ะ แต่ว่าจะลดราคาให้เป็นสินค้าตัวอื่นไปละกันครับ/ค่ะ”

14

8. “เอ๊ะ! พูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง ก็บอกว่าไม่มีไง ถามอยู่ได้!!

จากที่เคยได้ยินลูกค้าคนอื่นๆที่มาเล่าให้ผมฟัง เขาบอกว่ามีบางร้านที่พูดแบบนี้ ส่วนมากจะพูดกับลูกค้าที่มีอายุมากซึ่งก็อาจพูดไม่รู้เรื่อง, ไม่เข้าใจและไม่รู้จริงๆว่าทางร้านไม่ได้ขายสินค้าที่เขาต้องการ แต่กลับถามแล้วถามอีกจนคนขายไม่พอใจเลยต้องพูดออกมาแบบนี้ในทางที่ไม่สุภาพ

วิธีพูดที่ดีที่สุดคือ “ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะซื้อ XXXX ใช่ไหมครับ/ค่ะ เดี๋ยวผม/ดิฉันลองเช็คให้ดูผ่านอินเตอร์เน็ตหรือโทรศัพท์สอบถามให้ว่าบริเวณนี้มีร้านไหนที่ขาย XXXX บ้าง”

18

………………………………………………….

จาก 8 คำพูดต้องห้ามที่ผมกล่าวมานั้น คงไม่มีลูกค้าคนไหนที่อยากจะได้ยินหรอก เพราะคำพูดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการที่ไม่มีความใส่ใจ, ไม่มีมารยาท และไม่มีความตั้งใจที่จะขายสินค้าให้กับลูกค้า

ตรงกันข้ามถ้าหากคนขายสินค้าพูดจาอย่างสุภาพแบบที่ผมยกตัวอย่างก็จำทำให้ลูกค้าประทับใจและอยากกลับมาซื้อสินค้ากับเราอีกในอนาคต (แต่คนขายบางคนก็อาจจะใช้คำพูดอื่นนอกจากที่ผมไม่ได้กล่าวมาก็เป็นได้)

9

เพราะไม่มีลูกค้าคนไหน(รวมถึงตัวผม)หรอกนะที่อยากจะเจอร้านค้าที่พูดจาไม่เพราะ : )

8

7

_______________________________________________________

 

 


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s