ผมเข้าใจและรู้สึกได้เลยว่าการที่ขึ้นรถไฟในญี่ปุ่นแบบอัดแน่นเบียดเสียดกับคนอื่นๆในช่วงที่เป็นชั่วโมงเวลาเร่งด่วน (Rush Hour) มันเป็นอย่างไร

หลายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นประจำแบบผม ก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าช่วงเวลาไหนบ้างที่เราไม่ควรจะขึ้นรถไฟ (ถ้าไม่จำเป็น) โดยเฉพาะช่วงโมงเวลาเร่งด่วน (Rush Hour) เพื่อหลีกเลี่ยงการแออัดและเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นๆ เพราะแค่ผมเห็นภาพผู้โดยสารที่อัดแน่นอยู่ในตู้รถไฟที่ถูกถ่ายจากสื่อต่างๆ ผมเองก็คิดไม่ออกว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าหากว่าผมเป็นหนึ่งในนั้น???

3

แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นกับผมจนได้……….. !=__=!

ซึ่งก็เป็นครั้งล่าสุดที่ผมอยู่ที่โอซาก้า โดยผมนั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji จากสถานี Higashimikuni เพื่อที่จะไปลงสถานี Umeda ในช่วงเวลา 8:00 ซึ่งก็อยู่ในช่วงที่เป็นชั่วโมงเวลาเร่งด่วนนั่นเอง

4

เมื่อรถไฟมาถึงที่ชานชาลา ผมก็ต้องตกใจนิดนึงเมื่อเห็นตู้ต่างๆของขบวนที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารญี่ปุ่นในสภาพที่ผมคิดว่าจะเข้าไปไม่ได้

ทีแรกผมคิดว่าจะเอาอย่างไรดี??? จะขึ้นเลยดีมั๊ย???

แต่คิดไปคิดมาว่าไม่เอาเอาดีกว่า รอขบวนถัดไปก็แล้วกัน และผมก็รอ…….

7

พอขบวนถัดไปมาถึงปุ๊บ ก็เหมือนกับขบวนก่อนหน้านี้ ผู้โดยสารก็เต็มอีกในแต่ละตู้ของขบวน

ผมก็เลยคิดว่า “ขึ้นขบวนนี้เลยดีกว่า” เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาตามที่ผมได้วางแผนไว้ว่าจะทำซึ่งก็คือการไปดูหนังนั่นเอง คือผมจะไปลงสถานี Umeda เพื่อที่จะไปดูหนัง Star Twinkle Precure เนี่ยแหละ (ที่ผมได้เขียนรีวิวไว้) ถ้าไปไม่ทัน ผมก็ต้องดูรอบถัดไป

ผมเลยรีบเดินเข้าไปในตู้ของขบวนรถไฟ โดยถอดกระเป๋าเป้จากไหล่ที่สะพายมาถือใส่ที่มือของผมทั้งสองข้างตรงหน้าแทน และผมพยายามที่จะเบียดเข้าไปข้างในของตู้รถไฟเท่าที่จะทำได้ ในขณะนั้นเอง ก็มีผู้โดยสารญี่ปุ่นคนอื่นๆที่เข้ามาในตู้รถไฟทีหลังผมก็เข้ามาเบียดผม เลยทำให้ผมเข้าไปอยู่ตรงกลางของตู้รถไฟพอดี

1

และเมื่อรถไฟวิ่งออกจากสถานี ตัวผมที่ยืนอยู่ตรงกลางในตู้รถไฟก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลยแม้แต่จะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา เพราะถูกร่างกายของผู้โดยสารคนอื่นเบียดเข้า เท่ากับว่าท่ายืนที่ผมทำในระหว่างที่ขบวนรถไฟกำลังวิ่งก็คือท่ายืนที่มือของผมทั้งสองข้างถือหูหิ้วของกระเป๋าเป้ของผมตรงหน้าในขณะที่ถูกผู้โดยสารญี่ปุ่นคนอื่นๆเบียดตัวผมอยู่

ซึ่งผมก็ต้องอยู่ในท่านี้ประมาณ 10 นาที !=__=!

5

เมื่อมาถึงที่สถานี Umeda ผมก็ต้องเตรียมตัวเพื่อที่จะลงที่สถานีนี้ แต่โชคดีที่ว่าผู้โดยสารญี่ปุ่นคนอื่นๆก็ลงที่สถานีนี้เป็นจำนวนมาก (เพราะสถานีนี้สามารถเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายอื่นๆได้) ผมก็เลยรีบเดินออกตามพวกเขาเหมือนกับเป็นคลื่นมนุษย์ที่ไหลออกจากประตูรถไฟ และผมก็รีบเดินหาพื้นที่ว่างในสถานีเพื่อที่จะยืนพักสักนิดนึงก่อน (ส่วนผู้โดยสารคนอื่นที่จะเตรียมเข้าไปในตู้รถไฟ ผมไม่ขอพูดถึงละกัน เพราะน่าจะรู้กันแล้วว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร)

สุดท้าย ก็เป็นอันว่าการที่ผมขึ้นรถไฟในญี่ปุ่นแบบอัดแน่นเบียดเสียดเป็นครั้งแรกในชีวิตก็จบลงด้วยดี : )

10

ซึ่งผมก็เข้าใจแล้วว่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง เวลาที่ขึ้นรถไฟในชั่วโมงเวลาเร่งด่วน ไม่ว่าจะขึ้นสายไหนก็ตามแต่ (ที่มีคนใช้บริการเยอะ)

แต่การขึ้นรถไฟในครั้งนี้ก็สอนให้ผมรู้ว่าถ้าหากจะขึ้นรถไฟในชั่วโมงเวลาเร่งด่วนแบบไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ สัมภาระที่จะถือขึ้นก็ควรจะมีแค่กระเป๋าเป้ที่ไม่ใหญ่ใบเดียวก็พอ ซึ่งก็ควรถือไว้ให้อยู่ตรงหน้าของเรา และไม่ควรที่จะเอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นรถไฟเป็นอันขาดเลย และก็ควรที่จะลงตามสถานีที่มีผู้โดยสารในตู้ส่วนมากลง เพื่อลดการเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นเวลาที่จะไปลงที่สถานีที่ไม่ค่อยมีคนลงกัน

2

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นไปได้และไม่มีอะไรที่จำเป็น ผมก็อยากจะหลีกเลี่ยงที่จะขึ้นรถไฟในชั่วโมงเวลาเร่งด่วน เพราะผมได้เรียนรู้แล้วว่ามันเป็นอย่างไร : )

9

6

_______________________________________


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s