ทริปญี่ปุ่นปี 2023 ของผมน่าจะเรียกว่าเป็นทริปญี่ปุ่นที่ผมใช้บริการรถแท็กซี่มากที่สุด……….

ผมจำได้ว่าผมเคยเขียนเกี่ยวกับการใช้บริการรถแท็กซี่ญี่ปุ่นครั้งแรกตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน (ก่อนโควิดระบาด) ซึ่งผมจำได้ว่าที่ผมต้องเรียกใช้บริการรถแท็กซี่เพราะว่าตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดึกมากจริงๆ และไม่มีรถ Shuttle Bus ให้บริการ

แต่ก็ถือซะว่าเป็นประสบการณ์ของผมที่ได้ลองนั่งรถแท็กซี่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก คือถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมแทบจะหลีกเลี่ยงการใช้บริการรถแท็กซี่นะ

และก็รวมไปถึงทริปญี่ปุ่นปี 2023 ที่ผ่านมาของผม ก็เป็นอีกทริปหนึ่งที่ผมใช้บริการรถแท็กซี่เหมือนกัน

และน่าจะเรียกว่าเป็นทริปญี่ปุ่นที่ผมใช้บริการรถแท็กซี่มากที่สุดตั้งแต่ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นมา

เพราะทีแรก ผมก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะใช้บริการรถแท็กซี่หลายครั้งนะ

แต่ไปๆมาๆ ก็มีเหตุที่ทำให้ผมมีความจำเป็นที่ต้องใช้บริการรถแท็กซี่หลายครั้ง ด้วยสาเหตุหลักๆ 2 ข้อ…

ข้อที่ 1 ทริปครั้งนี้มีญาติผู้ใหญ่มากับผมด้วย เรื่องก็คือว่าตอนที่ผมมาลงรถไฟที่สถานีรถไฟ Shin-Osaka ญาติของผมก็เริ่มรู้สึกปวดขา หากจะเดินไปโรงแรมก็คงจะยิ่งปวดขาไปกว่านี้ (โรงแรมนี้ก็คือ Toyoko Inn Shin-Osaka Higashi-mikunieki-mae ที่ผมเคยใช้บริการเมื่อครั้งก่อน) แม้ผมคิดว่าโรงแรมที่พักอยู่ไม่ไกล (ประมาณ 700 เมตร จากสถานี) แต่เพื่อความสะดวกสบายของญาติผมและไม่ต้องลากกระเป๋า ผมก็ไม่รอช้ารีบไปที่จุดบริการรถแท็กซี่ของสถานีทันที โดยเสียค่ามิเตอร์โดยสารทั้งหมด 1000 เยน และใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 นาทีก็ถึงโรงแรมแล้ว

รวมไปถึงวันที่ออกจากโรงแรมเพื่อไปที่สถานีรถไฟ Shin-Osaka เพื่อขึ้นรถไฟชินคันเซ็นไปโตเกียว ผมก็เรียกใช้บริการรถแท็กซี่เหมือนกัน โดยผมขอให้ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเป็นคนเรียกแท็กซี่ให้ (ค่าโดยสาร 1000 เยน เหมือนกัน)

ส่วนสาเหตุอีกข้อหนึ่งก็คือตอนที่อยู่ในโตเกียว ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ผมพร้อมกับญาติจะไปสนามบิน ผมก็จะต้องออกจากโรงแรม Toyoko Inn สาขาที่ผมพักเป็นประจำ (ก็คือ Shinagawa Konan-guchi Tennozu Isle) เพื่อที่จะไปที่สถานีรถไฟ Shinagawa (ระยะทางห่างกันประมาณ 2 กม.) เพื่อนั่ง Narita Express ไปลงที่สนามบินนาริตะ

เหตุผลก็คือ ในช่วงเวลานั้น (ประมาณ 14:00) ไม่มีรถ Shuttle Bus ของโรงแรมรับส่งฟรี เพราะไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ให้บริการ (คล้ายกับตอนที่ผมมีความจำเป็นต้องนั่งในครั้งแรก แต่ว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาดึก) เลยทำให้ผมต้องเรียกรถแท็กซี่เช่นเคย รวมไปถึงก็มีกระเป๋าสัมภาระเยอะด้วย (เช่นเคย ผมก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเป็นคนเรียกแท็กซี่ให้ ส่วนค่าโดยสาร ถ้าจำไม่ผิดอยู่ที่ 1500 เยน เพราะอันนี้รวมค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่เรียกมา)

และจากที่ผมได้เขียนข้างต้น ก็เท่ากับว่าทริปญี่ปุ่นของผมปี 2023 ที่ผ่านมา รวมจำนวนครั้งที่ผมใช้บริการรถแท็กซี่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 3 ครั้ง ซึ่งอย่างที่ได้บอกไป ทริปญี่ปุ่นครั้งนี้น่าจะเรียกว่าเป็นทริปที่ผมใช้บริการรถแท็กซี่มากที่สุด (และผมก็สังเกตว่าจากที่ผมใช้บริการรถแท็กซี่ทั้งหมด 3 ครั้ง คนขับรถแท็กซี่ทั้งหมดล้วนเป็นผู้สูงอายุ แต่ก็ทำงานอย่างกระชับกระเฉงเลยทีเดียว)

เอาเป็นว่า ถ้าใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วมีเหตุจำเป็นที่ต้องเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ในญี่ปุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือจำเป็นที่จะต้องใช้บริการด้วยเหตุผลในเรื่องของความสะดวกสบายหรืออะไรก็ตามแต่ (เรื่องของสุขภาพอย่างเมื่อยขาหรือเดินไม่ไหวจริงๆหรือเรื่องกระเป๋าสัมภาระ) ก็อย่าลังเลที่จะใช้บริการ แต่ก็ต้องคำนวณเรื่องค่าโดยสารด้วยนะ (ถ้าหากนั่งกันมาหลายคนก็อาจจะคุ้มกับค่าโดยสาร) อีกทั้งถ้าหากจะเรียกแท็กซี่จากโรงแรมก็สามารถให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมเรียกได้ (โดยเจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์ไปที่ศูนย์ให้บริการรถแท็กซี่)

_____________________________________