ว่าด้วยเรื่องของการจัดรูปแบบที่นั่งสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น (หรือการประชุม, การบรรยาย, สัมมนาอื่นๆ) ที่นิยมใช้กัน จากประสบการณ์ของผมที่เห็นตามสถานที่ต่างๆ พร้อมข้อดีและข้อเสีย(ที่มีเพียงไม่กี่ข้อ)

หลายๆคนที่เป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ไม่ว่าจะเป็นแบบ Full Time หรือ Part Time ก็ตามแต่) อย่างน้อยก็น่าจะมีโอกาสไปประชุมผู้ถือหุ้นสักครั้งในรอบหนึ่งปี ไม่ว่าจะเป็นประชุมสามัญประจำปีหรือประชุมวิสามัญก็ตาม

18

ซึ่งสิ่งที่จะพบเห็นส่วนใหญ่เวลาจะไปประชุมก็คือ อาหารรับรองนั่นเอง (ซึ่งตัวผมเองก็ชอบอาหารที่แต่ละบริษัทจัดไว้ให้)ขึ้นอยู่กับว่า บริษัทจะจัดให้เป็นอะไรบ้าง บ้างก็เป็น Coffee Break แบบมีถ้วยกาแฟและให้เลือกว่าจะเอาอะไร พร้อมกับขนม 1 – 2 ชิ้น บนจาน หรือบ้างก็เป็น Snack Box คือรับกล่องมาแล้วเปิดทานอาหารที่มีอยู่ในกล่องได้เลย : )

9

15

รวมไปถึงหนังสือรายงานประจำปีด้วย แต่หลังๆที่ผ่านมานี้ ก็จะมีเป็น QR Code ให้สแกนให้โหลดอ่านได้ผ่านมือถือ เพื่อลดการผลิตในรูปแบบหนังสือ

20

แต่จากประสบการณ์ที่ผมไปประชุมผู้ถือหุ้น (แบบรับมอบฉันทะ) มาแล้วหลายครั้งหลายที่ หนึ่งสิ่งที่ผมชอบและอยากพูดถึงเกี่ยวกับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นก็คือ……………

การจัดรูปแบบที่นั่งในการประชุมนั่นเอง!!

13

โดยเฉพาะคนที่ไปประชุมผู้ถือหุ้นหลายๆบริษัทจากหลายที่ (เหมือนกับผม) ก็อาจสังเกตได้ว่าการจัดรูปแบบที่นั่งในการประชุมผู้ถือหุ้นตามสถานที่ต่างๆ ส่วนมากจะมีอยู่สองแบบ นั่นก็คือ……..

แบบ Classroom และ แบบ Theater

ซึ่งการจัดรูปแบบที่นั่งในการประชุมสองรูปแบบนี้ เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมาก ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผู้ถือหุ้นที่ไหนก็ตาม ซึ่งอันนี้ก็รวมไปถึงการประชุม, การบรรยายและสัมมนาอื่นๆทั่วไป (สำหรับคนวัยทำงานบางคนที่ต้องไปประชุมหรือไปอบรมสัมมนาบ่อยๆ)

2

ทีนี้ ผมอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับการจัดรูปแบบที่นั่งในการประชุมผู้ถือหุ้นจากประสบการณ์ที่ไปมาหลายที่ รวมไปถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละรูปแบบตามความเห็นของผมนะ : )

เริ่มจาก………

รูปแบบ Classroom

7

การจัดที่นั่งในการประชุมรูปแบบนี้ ส่วนมากจะเป็นบริษัทเล็กๆ และจะจัดในสถานที่ไม่ใหญ่มากอย่างเช่นห้องประชุมเล็กๆ ตามโรงแรมต่างๆ หรือไม่ก็เป็นสถานที่ของบริษัทเอง (บางบริษัทเลือกที่จะเอาเป็นรูปแบบ Theater ก็ได้)

และผมก็สังเกตว่าการประชุมในที่นั่งรูปแบบนี้ตามสถานที่เล็กๆ คนจะมาประชุมกันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

11

ข้อดี

1.มีกระดาษและดินสอที่ทางสถานที่ประชุมจัดไว้ให้จดบันทึกสิ่งต่างๆ บางสถานที่ก็มีน้ำขวดตั้งไว้ให้ด้วย : )

2.มีโต๊ะให้วางกระเป๋าได้หรือสามารถวางอาหารว่าง  จำพวก Coffee Break หรือไม่ก็ Snack Box (เวลาฟังประชุม ก็สามารถทานอาหารไปพร้อมกันได้ด้วย)

8

ข้อเสีย

1.จุจำนวนผู้เข้าประชุมได้น้อย เพราะเนื่องจากมีโต๊ะเข้ามาด้วย (แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นบริษัทไหนที่ต้องเสริมเก้าอี้เพิ่มระหว่างประชุม ในที่นั่งรูปแบบนี้)

2.บรรยากาศการประชุมอาจดูเงียบๆ เหงาๆ หากว่ามีผู้เข้ามาประชุมน้อย : ( (บางครั้งการที่ผู้ถือหุ้นมีคำถามที่อยากจะถามเยอะกับคณะผู้บริหาร อาจทำให้บรรยากาศการประชุมมีชีวิตชีวาขึ้นมาก็ได้)

และรูปแบบที่สองคือ……….

รูปแบบ Theater

12

การจัดที่นั่งในการประชุมรูปแบบนี้ ส่วนมากจะเป็นบริษัทใหญ่ๆ และมักจะจัดในสถานที่มีพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่อย่างเช่น Convention Hall หรือห้องประชุมใหญ่ๆ ตามโรงแรมต่างๆ

แต่บางบริษัทก็จัดในสถานที่ไม่ใหญ่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการประเมินว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมประชุมจำนวนเท่าไหร่ และบางบริษัทถึงกับต้องมีการเสริมเก้าอี้ไว้ด้วย ในกรณีที่มีผู้มาประชุมเยอะกว่าที่คาดการณ์ไว้

1

ข้อดี

1.จุจำนวนผู้เข้าประชุมได้เยอะ (แต่เจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนที่หน้างาน ก็คงจะต้องวุ่นพอสมควร =__+)

2.บรรยากาศการนั่งก็จะแบบสบายๆ ไม่อึดอัด คือเก้าอี้ที่นั่งที่เขาจัดไว้ให้ มีการเว้นระยะห่าง เพื่อให้เราสามารถยืดเส้นยืดสายได้ตามสบาย แต่อย่าทำอะไรที่มันดูไม่ดีหรือน่าเกลียดเกินไปละกัน =__=

2

ข้อเสีย

1.อาจไม่มีที่วางกระเป๋าสัมภาระ ถ้าหากว่าที่นั่งทุกตัวมีคนนั่งเต็มหมด (แต่ก็ไม่เป็นแบบนี้เสมอไป เพราะบางครั้ง ผมก็เห็นผู้ที่เข้ามาประชุมหลายคนวางกระเป๋าสัมภาระไว้ที่นั่งข้างๆ ถ้าเกิดมีผู้เข้ามาประชุมน้อย และมีที่นั่งเหลือเยอะ)

2.อาจไม่สะดวกสำหรับคนที่ต้องการจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ระหว่างการประชุม ก็อาจต้องใช้วิธีหาแผ่นกระดานเท่ากระดาษมารอง และวางไว้บนตักแทน

14

โดยสรุปแล้ว การจัดรูปแบบที่นั่งการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งสองแบบ แม้จะให้บรรยากาศในการประชุมที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือวาระทั่วไปที่จะต้องดำเนินการในการประชุมนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นพิจารณารับรองการประชุมครั้งก่อน, อนุมัติหรือไม่อนุมัติเงินปันผล และอื่นๆ (เว้นซะว่าจะเป็นการประชุมแบบวิสามัญนะ)

5

และอย่างน้อย การไปประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการใช้สิทธิ์ของนักลงทุน (รวมไปถึงผู้รับมอบฉันทะ) ไม่ว่าจะลงทุนในบริษัทมหาชนอะไรก็ตามแต่ อย่างน้อยเราก็มีสิทธิ์ที่จะถามเรื่องต่างๆในการดำเนินงานของบริษัทที่เราอยากรู้ได้ : )

(อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยงก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุนของแต่ละบริษัทก็แล้วกันนะ)

17

19

______________________________________________

 

 


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s