สองสิ่งที่อยากจะพูดถึงในสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านเกิดของ Lala (ดาว Saman) ใน Star Twinkle Precure ตอนที่ 29

อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตอนที่ดีที่สุดของ Star Twinkle Precure ก็ว่าได้ หลังจากที่รอคอยกันมาหลายตอน เพราะในตอนนี้เป็นการโฟกัสไปที่บ้านเกิดของ Lala นั่นก็คือดาว Saman รวมไปถึงครอบครัวของเธอด้วย

รายละเอียดอื่นๆในเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากการที่ได้เห็นลักษณะเมืองและผู้คนในบ้านเกิดของ Lala นั้นว่าเป็นอย่างไร และเกี่ยวกับการที่ Lala ยังคงต้องปกปิดไม่ให้ใครในบ้านเกิดเธอรู้ว่าเธอเป็นพรีเคียว

(Screenshots ทั้งหลายที่เอามาเป็นลิขสิทธิ์ของ Toei Animation)

11

มีเพียงสิ่งเดียวที่ดูตลกสุดในตอนก็คือการที่ Hikaru ไม่รู้จริงๆ (ใช่มั๊ยเนี่ย??) ว่าพี่ชายฝาแฝดของ Lala คือคนไหนกันแน่ (ไม่รู้ว่าเธอแกล้งไม่รู้หรือว่าไม่รู้จริงๆ??)

3

แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับในตอนที่ 29 ก็คงจะเป็นเกี่ยวกับสองสิ่งดังต่อไปนี้……

1. เกี่ยวกับครอบครัวของ Lala

จากในตอน เราก็ได้รู้ว่าในครอบครัวของ Lala แต่ละคนทำงานอะไรบ้าง ก็จะมี Lolo พี่ชายฝาแฝดที่ทำงานในตำแหน่งนักสำรวจในระดับสูงที่สุด ส่วนตัวพ่อแม่ก็ทำงานเป็นนักวิจัยและวิศวกร ส่วน Lala ทำงานในตำแหน่งนักสำรวจในระดับล่างที่สุด

พูดง่ายๆก็คือครอบครัวนี้ได้ทำงานในหน้าที่ตำแหน่งที่ดีกันทั้งนั้น มีเพียง Lala คนเดียวที่ทำงานที่อาจเรียกได้ว่าไม่ต้องใช้ความสามารถมากและงานก็ไม่ยากด้วย

5

แต่สีหน้าของ Lala ก็เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกน้อยใจที่ตัวเองได้ตำแหน่งงานที่แตกต่างไปจากคนอื่นในครอบครัว (อาจจะเรียกว่าเป็นการอิจฉาก็ยังได้) โดยเฉพาะกับพี่ชายของเธอที่เพิ่งได้รับเข็มกลัดเป็นรางวัลในฐานะที่สามารถค้นเจอปากกาองค์หญิงมาได้ และก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงรู้สึกไม่ค่อยดีใจนักเวลาที่กลับมาบ้านเกิด เหมือนกับมาถูกซ้ำเติมจากคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพี่ชาย (แม้ว่าการพูดจาของพี่ชายรวมถึงพ่อแม่ดูเหมือนเป็นการพูดแบบที่ดูธรรมดาก็ตาม)

6

แต่ Lala ก็ยังรักและจะปกป้องครอบครัวของเธอไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม และเธอก็หวังว่าคนอื่นในครอบครัวจะมีความเห็นอกเห็นใจ, ให้กำลังใจและเห็นคุณค่าในตัวของเธอ แม้ว่าครอบครัวของเธอ (ณ ขณะนี้) ยังไม่รู้ว่าเธอเป็นพรีเคียวก็ตาม

และก็เป็นที่น่าสังเกตเกี่ยวกับครอบครัวของ Lala คือ ทุกคนในครอบครัวไม่มีการแสดงออกทางภาษากายกับ Lala เลย เช่นการกอด หรือการโอบไหล่ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องปกติของผู้คนบนดาว Saman หรือเปล่าที่ไม่มีการทำแบบนี้??

4

2. เกี่ยวกับระบบ A.I. ตัวแม่ของดาว Saman (หรือเรียกง่ายๆว่า Mother A.I.)

จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนดาว Saman ก็จะถูกควบคุมและกำหนดจาก Mother A.I. ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนตั้งแต่เกิดหรือแม้แต่การทำงานที่กำหนดว่าใครจะทำงานตำแหน่งอะไรอย่างกรณีของครอบครัว Lala ที่ได้กล่าวมาแล้ว

ถ้ามองดูแล้ว ก็อาจเป็นผลดีและยุติธรรมกับทุกคน เพราะแต่ละคนจะได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองถนัดจริงๆ โดยดูจากความสามารถของแต่ละคน

2

แต่มันก็มีข้อเสียซึ่งอาจเป็นผลร้ายที่จะตามมาได้ เพราะถ้าหากทุกคนในดาว Saman เอาแต่พึ่ง Mother A.I. ที่ยึดถือเพียงแต่ข้อมูลอย่างเดียว โดยที่ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสินไปด้วย หากวันใด Mother A.I. มีปัญหาขึ้นมา ก็อาจจะเกิดความโกลาหลขึ้นได้

ซึ่งในตอนต่อไป (ตอนที่ 30) ก็ดูเหมือนว่า Aione จะทำการ Hack ระบบของ Mother A.I. และก็จะทำให้ดาว Saman ตกอยู่ในภาวะอันตราย

12

นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้คนในดาว Saman อาจไม่มีก็คือ ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความนึกคิดที่เป็นตัวของตัวเอง รวมไปถึงการแก้ปัญหาและวิเคราะห์สิ่งต่างๆด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งจากสิ่งอื่น

ซึ่งสิ่งอื่นในที่นี้ก็คือตัว Mother A.I. นั่นเอง เพราะถ้าหาก Mother A.I. เป็นสิ่งเดียวที่กำหนดว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่, อะไรถูกหรือผิด ก็จะทำให้ผู้คนของ Saman หลงเชื่อได้ง่ายโดยที่ไม่มีการคิดวิเคราะห์อะไรให้ลึกลงไปกว่านี้เลย

8

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือในช่วงสุดท้ายของตอน เพราะแทนที่ Kuku (หัวหน้าของ Lala) จะดีใจและโล่งอกที่ปากกาองค์หญิงไม่ได้ถูกขโมยไปเพราะความช่วยเหลือจาก Lala และเพื่อนๆ แต่เขากลับกล่าวหาว่า Lala กับเพื่อนๆ เป็นผู้ที่ขโมยปากกาองค์หญิงไป ทั้งๆที่มีกล้องวิดีโอจาก A.I. ที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ว่า Tenjou จากเหล่า Knotraiders นี่แหละเป็นต้นเหตุของการเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

9

แต่บังเอิญว่ากล้องวิดีโอเกิดเสียขึ้นมาเลยทำให้ Kuku เข้าใจผิด โดยที่ Lala ยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดอะไรเลย ผลที่ตามมาก็คือรูปของ Lala (พร้อมกับเลข ID ของเธอ) และเพื่อนๆถูกแสดงขึ้นบนหน้าจอในที่สาธารณะในเมืองว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ทำให้ Lala และพวกต้องจำใจหลบหนีไป

10

ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ แต่หวังว่าท้ายสุด ดาว Saman คงอาจที่จะต้องลดบทบาทของ Mother A.I. ให้น้อยลงและให้ผู้คนบนดาว Saman มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและคิดวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการทำงาน และการตัดสินตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคน รวมไปถึงการแสดงออกถึงความรู้สึกของผู้คนด้วย

ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้ก็จะเหลือปากกาองค์หญิงอีกเพียงแค่ 2 ด้ามที่จะรอการฟื้นคืนชีพ ซึ่งก็คือองค์หญิงราศีกรกฎและองค์หญิงราศีมีน และหลังจากนั้นเราก็คงจะได้เห็น Power Up อันใหม่ของกลุ่มในอีกไม่ช้านี้

3

_____________________________________________


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s