ตอนแรก ผมก็คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือไม่???
เพราะจริงๆถ้าเขียนไปก็น่าจะไม่ได้ถึงกับมีผลอะไรมาก ในฐานะที่เป็นผู้ติดตามมานาน (อันนี้คิดเอง)
แต่พอมานั่งคิดจริงๆ ก็เลยตัดสินใจว่าเขียนซะหน่อยดีกว่า อย่างน้อยเป็นการแสดงความเห็นจากมุมมองส่วนตัวของผมก็แล้วกัน ถ้าคนอื่นคิดไม่เหมือนก็ไม่เป็นไร แต่ละคนสามารถมีความเห็นและมุมมองที่ต่างกันได้
และดูจากรูปประกอบที่ผมใส่ลงไปด้วยก็น่าจะรู้แล้วว่าผมจะเขียนถึงอะไรนะ : )

ถ้าใครเป็นผู้ที่ติดตามหรือเป็นแฟนพรีเคียวก็น่าจะทราบกันแล้วว่าเมื่อเร็วๆนี้ Meitantei Precure (ซีรี่ส์พรีเคียวเรื่องปัจจุบันที่กำลังออกอากาศในขณะนี้) ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดในส่วนภาพยนตร์ของซีรี่ส์ที่จะเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วญี่ปุ่นในศุกร์ที่ 18 กันยายน 2026 นี้ ซึ่งมีชื่อเรียกเต็มเป็นภาษาไทยว่า เมย์ทันเทอิ พรีเคียว เดอะมูฟวี่: สวนอันลึกลับกับความลับของทั้งสอง (รายละเอียดสามารถกดที่ลิงก์นี้ได้เลย เป็นภาษาญี่ปุ่น)
ตรงนี้ผมจะไม่เขียนถึงเนื้อหารายละเอียดว่าภาพยนตร์จะออกไปในแนวไหน หรือให้ความเห็นว่ารู้สึกอย่างไร
เพราะสิ่งที่ผมอยากจะเขียนก็คือ รูปแบบของภาพยนตร์พรีเคียวที่เข้าฉายในญี่ปุ่นในช่วงปีที่ผ่านๆมา
สืบเนื่องมาจากการที่ผมได้ไปอ่านความเห็นของชาวญี่ปุ่นผ่านสื่อต่างๆในออนไลน์เกี่ยวกับความเห็นและมุมมองต่อภาพยนตร์ Meitantei Precure นี้ ผมไปเจอบทความชิ้นหนึ่ง (ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าบทความดีไหม) ที่เหมือนกับเป็นการแสดงความผิดหวังเกี่ยวกับรูปแบบภาพยนตร์พรีเคียวในช่วงที่ผ่านๆมา และรวมไปถึงภาพยนตร์ Meitantei Precure ด้วย
เท่าที่ผมเข้าใจ ประเด็นที่ผู้เขียนบทความนี้สื่อและบอกออกมาตรงๆก็คือ ไม่อยากจะเห็นภาพยนตร์พรีเคียวที่เป็นแบบรวมกลุ่มกันหลายๆทีมอีกแล้ว อยากจะให้เป็นภาพยนตร์แบบโฟกัสไปที่พรีเคียวทีมเดียวไปเลย ซึ่งตรงนี้จะเรียกกันว่าภาพยนตร์แบบ Standalone

สำหรับคนที่ติดตามซีรี่ส์พรีเคียวมานานแบบผมก็คงจะรู้ว่าผู้เขียนคนนี้หมายถึงอะไร ส่วนคนที่ยังไม่เข้าใจ ผมจะอธิบายตรงนี้ละกัน
คืออย่างนี้….
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในอดีตก่อนช่วงโควิด (ช่วงปี 2009 – 2019) ในแต่ละปีจะมีภาพยนตร์พรีเคียวเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วญี่ปุ่นจำนวนทั้งหมด 2 เรื่อง โดยช่วงต้นปี (ช่วงมีนาคม) จะเป็นภาพยนตร์ All Stars คือรวมพรีเคียวหลายทีมจากหลายซีรี่ส์ (แต่จะโฟกัสเน้นไปที่ทีมของซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกอากาศทางทีวีในปีนั้นๆ) และช่วงปลายปี (ช่วงตุลาคม) จะเป็นภาพยนตร์ของพรีเคียวทีมล่าสุดในขณะนั้นๆแบบเดี่ยวๆเลย ซึ่งก็คือแบบ Standalone
Standalone ในที่นี้หมายถึงในตัวภาพยนตร์มีเพียงพรีเคียวแค่ทีมเดียวเท่านั้นที่จะเป็นตัวดำเนินเรื่องพร้อมกับตัวละครเสริมในภาพยนตร์ โดยที่ไม่มีพรีเคียวทีมอื่นๆจากซีรี่ส์ก่อนหน้านี้มาร่วมด้วย
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ อย่างในปี 2019 ซึ่งเป็นปีที่ Star Twinkle Precure ที่เป็นพรีเคียวทีมล่าสุดในขณะนั้น มีภาพยนตร์ Standalone เป็นของตัวเอง โดยที่ไม่มีการปรากฏตัวของพรีเคียวทีมก่อนๆหน้านี้
และเท่าที่ผมไปเช็คจากข้อมูลมา ภาพยนตร์พรีเคียวเรื่องล่าสุดที่เป็นแบบ Standalone ก็คือภาพยนตร์ของ Delicious Party Precure ที่เข้าฉายเมื่อปี 2022

ทีนี้ กลับมาที่ประเด็นที่ผมได้บอกไปว่าผู้เขียนคนนี้ไม่อยากจะเห็นภาพยนตร์พรีเคียวที่เป็นแบบรวมกลุ่มกันหลายๆทีมอีกแล้วนั้น โดยผมจะขอใช้คำว่า All Stars ละกันตั้งแต่ตรงนี้ เพื่อให้ง่ายขึ้นต่อการเรียก
คือในช่วงปีที่ผ่านๆมาหลังจากโควิดคลี่คลายลงไปนั้น ผมสังเกตได้ว่าภาพยนตร์พรีเคียวจากที่เดิมเคยฉายปีละ 2 เรื่อง ก็จะเหลือแค่ปีละ 1 เรื่องเท่านั้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2022 เป็นต้นมา (ปี 2020 ไม่นับ เพราะถือว่าอยู่ในสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบหนักทั่วโลก)
โดยรูปแบบของตัวภาพยนตร์นั้น จะเหมือนกับเป็นการผสมระหว่าง Standalone และ All Stars ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน (ยกเว้นภาพยนตร์ Delicious Party Precure ในปี 2022 ที่เป็นแบบ Standalone จริงๆ ส่วนภาพยนตร์ Precure All Stars F ในปี 2023 อันนั้นเป็น All Stars ของจริง เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของแฟรนไชส์พรีเคียว)
จากที่ผมสังเกตก็คือ ภาพยนตร์พรีเคียวแต่ละเรื่องในรูปแบบนี้จะโฟกัสเนื้อเรื่องในครึ่งแรกไปที่พรีเคียวทีมล่าสุดในขณะนั้น ส่วนในครึ่งหลังที่เป็นฉากต่อสู้กับวายร้ายก็จะมีพรีเคียวทีมก่อนๆหน้านี้มาร่วมฉากด้วย

ซึ่ง ณ ขณะนี้ จะมีภาพยนตร์พรีเคียวทั้งหมด 3 เรื่องที่ใช้รูปแบบนี้ ตามนี้:
ปี 2024 ภาพยนตร์ Wonderful Precure ที่มีพรีเคียวจากทีม Hirogaru Sky Precure และ Mahou Tsukai Precure มาร่วมฉากด้วย
ปี 2025 ภาพยนตร์ Kimi to Idol Precure ที่มีพรีเคียวจากทีม Wonderful Precure และ Hirogaru Sky Precure มาร่วมฉากด้วย
และปี 2026 ภาพยนตร์ Meitantei Precure ที่กำลังจะเข้าฉาย ที่จะมีพรีเคียวจากทีม Kimi to Idol Precure และ Wonderful Precure มาร่วมฉากด้วย
ซึ่งคงจะเข้าใจกันแล้วนะว่ารูปแบบภาพยนตร์พรีเคียวในช่วงปีที่ผ่านๆมานั้นเป็นแบบไหน

มาถึงตรงนี้ จากความเห็นและมุมมองของผมจากใจจริง ผมอยากจะบอกว่าส่วนตัวแล้วผมโอเคและไม่มีปัญหากับภาพยนตร์พรีเคียวในรูปแบบนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่ามีพรีเคียวหลายทีมทำให้ดูสนุกยิ่งขึ้นและไม่ทำให้พรีเคียวจากทีมล่าสุดรู้สึกโดดเดี่ยวเลย เพราะจริงๆแล้วรูปแบบภาพยนตร์พรีเคียวแบบนี้ (Standalone + All Stars) มีมาตั้งนานแล้ว
ยกตัวอย่างในปี 2017 ที่ภาพยนตร์ Kirakira Precure A La Mode มีการปรากฏตัวของทีม Mahou Tsukai Precure หรือแม้แต่ในปี 2021 ที่ภาพยนตร์ Tropical Rouge Precure ก็ได้นำทีม Heartcatch Precure มาร่วมด้วย (เป็นสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงในตอนนั้นด้วย)
อีกทั้งผมก็พอที่จะเข้าใจและเดาว่าทำไมทางทีมงานผู้สร้างซึ่งก็คือ Toei Animation ถึงต้องทำภาพยนตร์พรีเคียวในรูปแบบนี้ออกมา
เหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือ เรื่องของการตลาด, การโปรโมทพรีเคียวจากทีมรุ่นก่อนๆในอดีตเพื่อให้ผู้ชมไม่ลืมและหายคิดถึง และเพื่อเป็นการทดแทนกับการที่ไม่มีภาพยนตร์พรีเคียวแบบ All Stars ทุกๆปีเหมือนในอดีต ซึ่งก็น่าจะรวมไปถึงงบลงทุนในการสร้างตัวภาพยนตร์ด้วยที่น่าจะลดลงตามไปด้วย
เหมือนกับให้เลือกระหว่าง….
1.มีภาพยนตร์พรีเคียวปีละ 2 เรื่อง ก็คือ All Stars 1 เรื่อง และ Standalone 1 เรื่อง ซึ่งส่งผลในการใช้งบลงทุนมาก
หรือ 2.มีภาพยนตร์พรีเคียวแค่ 1 เรื่องต่อปี โดยเป็นการผสมระหว่าง Standalone และ All Stars ซึ่งสามารถประหยัดงบลงทุนไปได้เยอะ
และก็อย่าลืมว่าพรีเคียวเป็นแฟรนไชส์ที่อยู่มานานมาก นับจนถึงตอนนี้ก็ 22 ปีแล้ว ซึ่งผมมองว่าก็ไม่แปลกที่จะนำทีมตัวละครพรีเคียวจากซีรี่ส์ก่อนๆมาโปรโมทในภาพยนตร์ให้กับผู้ชมที่เป็นเด็ก (ที่อาจจะได้ชมภาพยนตร์พรีเคียวเป็นครั้งแรก) ได้รู้จักพรีเคียวทีมอื่นๆไปด้วย
ผมไม่รู้ว่าคนที่ได้อ่านในสิ่งที่ผมเขียนไปนั้นจะเห็นด้วยกับผมมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพอจะบอกได้คือ รูปแบบของภาพยนตร์พรีเคียวได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ด้วยสภาวะปัจจัยต่างๆทั้งภายในและภายนอกตามยุคสมัย
และผมก็จะไม่พลาดที่จะไปชมภาพยนตร์ Meitantei Precure ในสักวันเมื่อมีโอกาสได้ไปชมนะ : )

_____________________________
คุณต้อง เข้าสู่ระบบแล้ว เพื่อส่งแสดงความเห็น.