ด้วยความประมาทของผมที่ไม่รู้ตัว เมื่อฮาร์ดดิสก์พกพาของผมตัวหนึ่งที่ใช้มานานไม่สามารถใช้งานได้ถาวร…….

ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากจะเขียนไว้เป็นอุทาหรณ์เช่นกัน

คล้ายกับตอนที่ญาติของผมโดนมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไปเมื่อปีที่แล้ว

แต่ครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่ต่างกันไป ไม่ใช่เรื่องเงิน คืออาจเรียกว่าเป็นการสูญเสียแบบกระทบทางด้านจิตใจในระดับที่ไม่รุนแรง ที่ตอนนี้ผมสามารถทำใจและเข้าใจกับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว

ซึ่งตัวต้นเรื่องก็มาจากสิ่งนี้ในรูปล่างที่เห็น…..

นั่นก็คือฮาร์ดดิสก์พกพา (External Harddisk) หรือที่เรียกกันว่าอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูล

ใครที่มีข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นเอกสารไฟล์ต่างๆ, รูปภาพ, วิดีโอ, ไฟล์เสียงต่างๆ หรือโปรเจกสำคัญๆ ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ประเภทนี้ (ยกเว้นซะว่าเก็บใน Cloud แบบออนไลน์ แต่ทางที่ดีผมชอบเก็บแบบฮาร์ดดิสก์มากกว่านะ)

และสิ่งที่ผมอยากจะเขียนตรงนี้ก็คือ…….

ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์พกพาของผมตามที่เห็นอยู่นี้ ข้อมูลทั้งหมดได้สูญหายไปอย่างถาวร

ใช่แล้วครับ อ่านไม่ผิดหรอก สูญหายไปทั้งหมดอย่างถาวรจริงๆ : )

คือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา ไม่นานหลังช่วงปีใหม่

ผมจำได้ไม่ลืมก็คือ วันนั้นก็เป็นอีกวันนึงที่ผมนึกขึ้นมาว่าอยากจะเปิดดูรูปถ่ายเก่าๆจากฮาร์ดดิสก์พกพาตัวนี้สักหน่อย เหมือนที่เคยทำเป็นประจำ (คืออยากดูรูปเก่าๆ ก็เปิดจากฮาร์ดดิสก์ขึ้นมาได้เลย)

และเมื่อผมเสียบสายของฮาร์ดดิสก์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมปุ๊บ สิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเกิดก็ได้เกิดขึ้นจนได้

เมื่อมีเสียงคล้ายๆเสียงกิ๊กๆดังมาจากตัวฮาร์ดดิสก์ อีกทั้งก็ไม่สามารถเปิดดูรูปถ่ายได้ (ทั้งที่เคยเปิดได้มาตลอด)

ทีแรกผมสงสัยว่าเสียบสายไม่ดีหรือเปล่า เลยถอดสายออกแล้วเสียบใหม่อีกครั้งนึง

ปรากฏว่าก็เป็นเหมือนเดิม นั่นก็แปลว่าฮาร์ดดิสก์พกพาของผมตัวนี้มีปัญหาเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

ด้วยเหตุนี้ ผมเลยมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรกับฮาร์ดดิสก์พกพาตัวนี้ดี ผมจึงค้นหาข้อมูลวิธีการแก้ปัญหาตามอาการที่ผมเจอจากออนไลน์ จนเจอว่ากรณีแบบนี้ต้องส่งไปให้ทางศูนย์กู้ข้อมูลฮาร์ดดิสก์ทำการกู้ข้อมูลให้ เพราะจะทำด้วยตัวเองก็ไม่ได้

และเมื่อคำว่ากู้ข้อมูลผุดขึ้นมาในหัวผมปุ๊บ ผมรู้ทันทีเลยว่าอาจจะต้องเริ่มทำใจและยอมรับความจริงให้ได้ว่าถ้ากู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ไม่ได้ นั่นก็แปลว่าข้อมูลต่างๆซึ่งรวมไปถึงรูปถ่ายเก่าๆของผมในฮาร์ดดิสก์ตัวนี้ จะหายไปหมดทันที

ผมเลยไม่รอช้า รีบค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของศูนย์กู้ข้อมูลต่างๆ จนเจอศูนย์กู้ข้อมูลแห่งหนึ่งที่สามารถกู้ข้อมูลที่หายไปของลูกค้าหลายรายให้กลับมาเปิดได้เหมือนเดิม

ผมจึงโทรไปหาที่ศูนย์กู้ข้อมูลแห่งนี้ โดยสิ่งที่ผมทำไปก็คือแจ้งอาการที่เกิดขึ้นพร้อมอธิบายว่าอาการเป็นแบบใด รวมไปถึงให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวฮาร์ดดิสก์ว่าใช้งานมากี่ปีแล้ว ขนาดความจุเท่าไหร่ และเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสก์ตัวนี้หรือไม่ (ซึ่งผมแจ้งกับทางศูนย์ฯแบบมั่นใจไปว่า ฮาร์ดดิสก์ตัวนี้ไม่เคยผ่านการทำตกแตกใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งก็เก็บไว้ในตู้ที่มีอุณหภูมิปกติเป็นอย่างดี)

เมื่อผมให้ข้อมูลกับศูนย์ฯไปแล้ว ผมก็ส่งตัวฮาร์ดดิสก์พกพาตัวนี้ของผมไปให้ศูนย์ฯทางไปรษณีย์ และเมื่อทางศูนย์ฯได้รับปุ๊บ ทางศูนย์ฯก็โทรกลับมาหาผมว่าจะเช็คตัวฮาร์ดดิสก์ให้ พร้อมกับแจ้งราคาค่าบริการหากสามารถกู้ข้อมูลได้ (ราคาอยู่ในช่วงหลักพันบาท แต่ถ้าหากกู้ไม่ได้เลยก็จะไม่มีค่าบริการ มีเพียงแค่ค่าส่งฮาร์ดดิสก์กลับมาให้ทางไปรษณีย์) อีกทั้งก็จะมีการแจ้งเป็นระยะๆทางอีเมล์ว่าสามารถกู้ข้อมูลได้มากน้อยเท่าไหร่ โดยใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2 สัปดาห์

และผมเตรียมทำใจและลุ้นไปว่าทางศูนย์ฯจะสามารถกู้ข้อมูลรูปถ่ายของผมจากฮาร์ดดิสก์ตัวนี้ได้หรือไม่????

จนมาถึงวันที่ผมได้ทราบผลที่ออกมาซะที จากอีเมล์ที่ทางศูนย์ฯได้ส่งมาให้

ปรากฏว่า ทางศูนย์ฯไม่สามารถกู้ข้อมูลได้ทั้งหมดเลย

ผมจึงนิ่งไปสักพัก แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการเสียใจอะไรเลย เพราะเตรียมใจล่วงหน้าอยู่แล้วว่าผลน่าจะต้องออกมาเป็นแบบนี้แน่นอน

เมื่อผมตั้งสติได้ปุ๊บ ก็เลยโทรศัพท์ไปที่ศูนย์ฯ และสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่สามารถกู้ได้

จากที่ผมได้คุยกับทางศูนย์ ก็สรุปได้ว่าสาเหตุที่ไม่สามารถกู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ของผมตัวนี้ เนื่องจากตัวหัวอ่านมีการขีดข่วนกับตัวแผ่นดิสก์ที่เป็นตัวเก็บข้อมูลซึ่งทำให้มีรอยบนแผ่นเกิดขึ้น อีกทั้งเป็นรอยที่ใหญ่มากด้วย ทำให้ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้เลย (ซึ่งมาจากที่ผมได้ยินเสียงกิ๊กๆตามที่ได้บอกไปตั้งแต่แรก)

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ฯก็ได้แจ้งเพิ่มเติมกับผมอีกว่า ตามที่ผมได้แจ้งทางศูนย์ฯไปก่อนหน้านี้ว่าตัวฮาร์ดดิสก์พกพาของผมไม่เคยมีการทำตกแตกนั้น ก็ไม่ได้แปลว่าสามารถกู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ได้เสมอไป เพราะมีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากสภาพชิ้นส่วนภายในตัวฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานเป็นเวลามานานมาก

ซึ่งก็จริง เพราะจากฮาร์ดดิสก์พกพาของผมตัวนี้มีการใช้งานเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ทางศูนย์ฯจึงให้คำแนะนำกับผมว่าฮาร์ดดิสก์แบบพกพาควรจะต้องมีการเปลี่ยนทุกๆ 5 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหายที่เกิดจากชิ้นส่วนภายในตัวฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน อีกทั้งก็ควรหมั่นเปิดตัวฮาร์ดดิสก์เป็นระยะๆ และไม่ควรทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพื่อที่ตัวเครื่องจะได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

ท้ายสุดแล้ว ผมจึงบอกขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่รับสายจากผม รวมไปถึงฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการที่กู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ของผมอย่างเต็มความสามารถแล้ว แม้ว่าไม่สามารถกู้ได้ทั้งหมดเลยก็ตาม อีกทั้งผมก็ไม่ลืมที่จะแจ้งทางศูนย์ฯว่าให้ส่งตัวฮาร์ดดิสก์กลับมาให้ผมทางไปรษณีย์ ด้วยเหตุผลว่าผมอยากจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกและเป็นการเตือนตัวเองว่าอย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้ในอนาคตเกิดขึ้นอีก

…….

มาถึงตรงนี้ ผมก็อยากจะบอกจากความรู้สึกของผม (ในขณะนี้กำลังเขียนอยู่นี้) ว่าผมได้ทำใจและเข้าใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว ซึ่งต้องบอกว่ารูปถ่ายในฮาร์ดดิสก์พกพา (ที่ไม่สามารถกู้ข้อมูลได้นั้น) ส่วนมากเป็นรูปส่วนตัวของผมจำนวนนึงที่ผมถ่ายเก็บไว้ดูเล่น และรูปถ่ายบางชุดก็มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป อีกทั้งรูปถ่ายเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผมอย่างมีนัยยะสำคัญอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเรื่องที่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น ก็มีความโชคดีอยู่บ้าง (และก็อาจจะเรียกว่าโชคดีในระดับนึง) เนื่องจากว่ารูปถ่ายบางส่วนที่ไม่สามารถกู้ข้อมูลได้นั้น ผมได้ทำการสำรองข้อมูลเก็บไว้ล่วงหน้าไว้ก่อนหน้านี้นานแล้ว โดยเก็บอยู่ในรูปแบบแผ่น DVD แน่นอนว่าจะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถอ่านแผ่น DVD ได้ (ซึ่งผมก็มีอยู่แล้ว เลยไม่เป็นปัญหา รีบเปิดแผ่นดูข้อมูลแล้วรีบโอนถ่ายเข้าฮาร์ดดิสก์พกพาตัวใหม่ที่ผมเพิ่งซื้อมาในทันที)

มากไปว่านี้ อาจมีบางคนสงสัยว่าแล้วรูปถ่ายทั้งหมดของผมที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมา มีรูปถ่ายบางชุดที่หายไปหรือไม่?????

ผมขอตอบตรงนี้ว่า ไม่มีรูปถ่ายจากญี่ปุ่นของผมแม้แต่รูปเดียวที่ได้รับผลกระทบจากความเสียหายในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมได้ทำการสำรองข้อมูลรูปถ่ายเหล่านี้ไว้ในแผ่น DVD รวมไปถึงได้แยกเก็บไว้ฮาร์ดดิสก์พกพาอีกตัวนึงที่ยังสามารถใช้งานได้อยู่ (แต่ผมก็รีบโอนรูปถ่ายทั้งหมดเหล่านี้ไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์พกพาตัวใหม่ทันที เพื่อความสบายใจ)

……

ท้ายสุดแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นกับผมในครั้งนี้ก็จะเป็นเครื่องเตือนใจผมว่าอย่ามองข้ามและอย่าประมาทกับเรื่องที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นกับผม (เช่นเดียวกับที่ญาติของผมโดนมิจฉาชีพหลอก) แม้ว่าความเสียหายจะไม่ได้ถึงขั้นร้ายแรงหรือไม่สามารถคิดเป็นมูลค่าเงินได้ก็ตาม แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจในแง่ของความทรงจำของผมที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปถ่ายรูปใหม่ได้อีก

และถึงแม้ว่าผมจะสูญเสียรูปถ่ายของผมไปบางส่วนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่มันก็ไม่สายเกินไปสำหรับผมที่จะถ่ายรูปสร้างความทรงจำใหม่ๆของตัวเองกับคนที่ผมรัก จะเป็นกล้องถ่ายรูปดิจิตอลแบบมืออาชีพ หรือจะเป็นกล้องจาก Smartphone ก็หยิบขึ้นมาถ่ายได้เลย

เพราะเมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไป และเมื่อผมมองย้อนกลับไป ผมจะได้ไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป : )

_______________________________________