เมื่อร้านอาหารร้านหนึ่งที่ผมสั่งผ่าน Food Delivery App รายหนึ่ง โทรมาแจ้งผมว่าทางร้านส่งอาหารมาผิดเมนู แต่ผมเลือกที่จะไม่ขอเปลี่ยนเมนูอาหารทั้งที่ผมไม่ได้สั่งเลย……….

ต้องยอมรับว่าช่วงหลังๆที่ผ่านมานี้ ผมแทบจะสั่งซื้ออาหารผ่าน Food Delivery Apps (ซึ่งย่อมาจาก Application) มาทานเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความสะดวกที่ผมไม่ต้องออกไปจากที่ทำงานหรือออกจากบ้านเพื่อขับรถไปซื้ออาหารที่ร้าน (และยังไม่รู้ด้วยว่าจะมีที่จอดรถหรือเปล่า) อันนี้ก็รวมไปถึงผลกระทบจาก COVID-19 ที่ผมไม่ค่อยอยากจะออกไปไหนในช่วงนี้สักเท่าไหร่ ถ้าไม่จำเป็นนะ

1

ซึ่งหลายๆคนที่สั่งอาหารผ่าน Food Delivery Apps ไม่ว่าจะเป็นรายไหนก็ตามแต่ มันก็ข้อดีก็คือมีร้านอาหารให้เลือกสั่งซื้อหลากหลายร้าน ส่วนค่าบริการการส่งก็ขึ้นอยู่กับ Apps แต่ละราย….

ตัวผมเองก็ใช้ Food Delivery Apps เหล่านี้จนกลายเป็น New Normal ไปแล้ว : )

แต่ไม่ว่าผมจะสั่งอาหารกับร้านไหนก็ตาม อาหารที่ผมได้รับมาก็ให้รสชาติเดียวกับแบบนั่งทานที่ร้านไม่ต่างกันเลย

และการที่ผมใช้บริการแบบนี้มาหลายครั้งก็แทบจะไม่เจอปัญหาอะไรเลย จะมีก็เพียงแค่อาหารมาส่งช้าเพราะฝนตกนะ

5

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ครั้งนึงที่ผมไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นกับผมจนได้ ซึ่งก็เกี่ยวกับการสั่งอาหารผ่าน App เนี่ยแหละ

เรื่องมีอยู่ว่า:ผมได้สั่งอาหารกับร้านอาหารร้านหนึ่ง (ไม่ขอบอกชื่อละกัน) โดยได้ระบุว่าจะสั่งเป็นอาหารเมนูนึง ผมขอสมมุติว่าผมสั่งเป็นข้าวไข่เจียวหมูสับละกัน

พอผมกดเลือกรายการเสร็จ ก็กดสั่งซื้อเพื่อที่ทางร้านจะได้เตรียมทำและส่งต่อให้คนขับรถมาส่งอาหารให้ผมอีกที

ซึ่งก็เป็นไปตามปกติ ผมก็รอสัก 10 – 20 นาที สักพัก ก็มีคนขับรถมอเตอร์ไซค์มาส่งอาหารให้ผม และผมก็จ่ายค่าอาหารไป แล้วก็เสร็จเพียงเท่านี้……

2

และด้วยความที่ก่อนหน้านี้ ผมกำลังวุ่นอยู่กับงานที่ยังทำไม่เสร็จ ผมก็เลยวางกล่องอาหารที่ผมสั่งไว้บนโต๊ะอาหารแล้วถึงค่อยมาทานหลังจากที่ผมทำงานที่ค้างไว้เสร็จแล้ว

จนผ่านไปสักพัก ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของผม

ผมก็เลยรับสาย คุยไปคุยมา สายที่โทรมามาจากร้านอาหารที่ผมเพิ่งสั่งผ่าน Food Delivery App ไปเมื่อสักครู่นี้…..

15

ทางร้านก็ได้สอบถามผมว่า ผมได้สั่งเป็นข้าวไข่เจียวหมูสับหรือไม่ ผมก็ตอบว่า “ใช่ครับ ผมสั่งเป็นข้าวไข่เจียวหมูสับ”

“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าทางร้านเราส่งอาหารผิดไปให้คุณลูกค้า ไปเป็นข้าวผัดกะเพราหมูคะ” (อันนี้ก็สมมุตินะ)

6

ผมก็งงๆสักพักนึง !+__=! รู้แต่ว่าผมก็ยังไม่ได้เปิดดูกล่องอาหารที่ผมเพิ่งจะได้รับ…….

ทางร้านก็ถามผมต่อว่า “ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าได้ทานไปหรือยังคะ??”

ผมก็เลยตอบกลับไปว่ายังไม่ได้ทานและยังไม่ได้เปิดดูกล่องอาหารว่าเป็นข้าวผัดกะเพราหมูอย่างที่ทางร้านได้บอกไว้หรือเปล่า???

ด้วยเหตุนี้ ผมเลยเดินไปเปิดกล่องอาหารที่ผมเพิ่งจะได้รับมา พอเปิดแล้วปรากฏว่าเป็นข้าวผัดกะเพราหมูที่ทางร้านส่งมาให้ผิดจริงๆด้วย……

11

คือทางร้านบอกกับผมว่าสาเหตุที่ทางร้านส่งอาหารมาให้ผมผิด ก็เพราะเกิดจากความผิดพลาดของลูกจ้างในร้าน คิดว่าเมนูที่ผมสั่งเป็นข้าวผัดกะเพราหมู โดยที่ไม่ได้ดูให้ดีจากออร์เดอร์ที่ผมสั่งเลย

ด้วยเหตุนี้เอง ทางร้านจึงถามผมว่า จะให้เปลี่ยนไปเป็นข้าวไข่เจียวหมูสับตามที่ผมได้สั่งไว้ตั้งแต่แรกเลยมั๊ย??

10

ผมเลยสอบถามกับทางร้านว่าราคาของข้าวผัดกะเพราหมูเท่ากับข้าวไข่เจียวหมูสับหรือเปล่า ซึ่งทางร้านบอกว่าราคาเท่ากัน (จริงๆร้านอาหารแต่ละร้าน ราคาของสองเมนูนี้อาจต่างกันได้ แต่นี่เป็นการสมมุติเฉยๆนะ)

ผมก็เลยบอกกับทางร้านว่า “ไม่เป็นไรละกันครับ ผมทานข้าวผัดกะเพราหมูได้ ไม่ต้องทำมาส่งใหม่ก็ได้ครับ” แค่นี้ จบ……

ท้ายสุด ทางร้านอาหารจึงต้องขอโทษและยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดจากทางร้านเอง ไม่ใช่จาก Food Delivery App และก็กล่าวขอบคุณและสวัสดีก่อนที่จะวางสายไป

และเรื่องก็จบเพียงเท่านี้

……………

9

จากเหตุการณ์นี้ ผมต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับอาหารที่ไม่ตรงกับที่ผมสั่งจาก Food Delivery App แต่ผมก็ไม่ได้ซิเรียสอะไรกับอาหารที่ผมได้รับมา

ซึ่งจริงๆแล้ว ผมก็มีสิทธิ์ที่จะสามารถขอเปลี่ยนอาหารกับทางร้านถ้าหากว่าอาหารกล่องนั้นไม่ตรงกับตามที่ผมได้สั่งไว้ และทางร้านก็ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของร้านเอง ไม่ใช่จากตัว Food Delivery App

8

แต่ผมก็เลือกที่ไม่อยากจะทำแบบนั้น ก็เพราะเหตุผลง่ายๆ……..

คนที่ทำธุรกิจทั้งหลาย งานแต่ละอย่างที่ทำย่อมมีโอกาสที่จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้

ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้น และผมก็รู้ดีว่าถ้ามันมีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆตามมาด้วย ขึ้นอยู่กับว่าความผิดพลาดนั้นเป็นความผิดพลาดแบบเล็กหรือใหญ่

อย่างน้อยความผิดพลาดครั้งนี้ที่เกิดขึ้นจากทางร้าน ทางเจ้าของก็เพียงแค่ตำหนิลูกจ้างที่ไม่ดูรายละเอียดของออร์เดอร์อย่างรอบคอบ แค่นั้น

7

อีกทั้งผมก็ช่วยให้ทางร้านอาหารลดค่าใช้จ่ายสำหรับวัตถุดิบในการทำอาหารไปได้อีกหนึ่งเมนู ซึ่งวัตถุดิบนี้สามารถไปทำเป็นเมนูอื่นได้สำหรับลูกค้าคนอื่นๆ รวมไปถึงไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าน้ำมันรถมาส่งใหม่ให้ผม เพียงเพราะแค่อาหารแค่กล่องเดียว

และยิ่งถ้าหากว่าเกิดต้องมาส่งในเวลาที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ เช่นในวันที่ฝนตกหนัก ก็คงจะทำให้ทางร้านลำบากมากในการมาส่ง เพราะผมก็เคยมีประสบการณ์เวลาตอนที่ต้องออกไปส่งของให้ลูกค้าในช่วงที่ฝนตกหนักมันเป็นอย่างไร !=__=!

**และก็อย่าลืมด้วยว่าค่าอาหารที่เราจ่ายไปให้กับคนที่มาส่ง ทางร้านอาหารก็ต้องมีส่วนต่างให้กับ Food Delivery Apps แต่ละราย ซึ่งอันนี้ผมไม่ขอพูดถึงรายละเอียดละกัน รู้แต่ว่ามันต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้หักกับค่าอาหารที่มาส่ง ซึ่งจะทำให้กำไรที่ทางร้านอาหารได้รับก็จะลดลงไป**

3

และผมก็มีอีกเหตุผลนึงที่ผมไม่อยากจะเปลี่ยนเมนูอาหารก็เป็นเพราะว่า………

ถ้าหากเป็นเมนูอาหารอื่นที่ผมทานได้ ผมจะเปลี่ยนไปทำไม???

อย่างน้อยเมนูข้าวผัดกะเพรานี้ที่ทางร้านไม่ได้ตั้งใจจะทำและส่งให้ผม ผมก็จะได้ลองทานดูว่ารสชาติข้าวผัดกะเพราหมูของร้านนี้เป็นอย่างไร เผื่อทีหลังเกิดติดใจ จะได้สั่งมาทานใหม่ได้ : )

14

แต่ผมก็หวังว่าทางร้านอาหารร้านนี้คงจะได้เรียนรู้ถึงความผิดพลาดในการส่งเมนูอาหารผิดให้ลูกค้า ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นความโชคดีของทางร้านที่ลูกค้าคนนั้นเป็นผมเอง ถ้าหากเป็นลูกค้าบางคนก็อาจไม่ยอมและต้องการที่จะให้ทางร้านส่งมาใหม่อีกครั้ง

เพราะยังไง ตัวผมคงจะได้สั่งอาหารจากร้านอาหารร้านนี้อีกแน่ในสักวัน : )

12

__________________________________


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s